“ไปให้เขาโอบกอด @ดอยหลวงเชียงดาว”

     ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้อเวนโกขออาสาพาเพื่อนๆ ไปให้เขาโอบกอดกันที่ดอยหลวงเชียงดาว ยอดเขาที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น-ตกท่ามกลางทะเลหมอกที่สวยที่สุด จะสวยสักแค่ไหนอเวนโกจะพาไปชมค่ะ

    ชื่อ “ดอยหลวงเชียงดาว” มีที่มาจากคำว่า “หลวง” ในภาษาเหนือ แปลว่า “ใหญ่” ส่วนคำว่า “เชียงดาว” นั้น เพี้ยนมาจากคำว่า “เพียงดาว” ซึ่งแปลรวมๆ ว่า “ภูเขาใหญ่โตที่สูงถึงดวงดาว” โอโห ขนาดชื่อยังแปลออกมาได้เว่อร์วังอลังการขนาดนี้ สถานที่จริงจะอลังการขนาดไหน เห็นทีว่าต้องไปลองสัมผัสดูแล้วสักครั้งแล้วล่ะค่ะ

     การขึ้นไปยังยอดดอยเชียงดาวจะต้องเดินเท้าเท่านั้น โดยจะมี 2 เส้นทางให้เลือกเดิน ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง และจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานคอยอำนวยความสะดวก ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาธรรมชาติ พันธุ์ไม้นานาชนิด ที่เด่นๆ คือ ป่ากึ่งอัลไพน์ ที่ถูกพบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เป็นพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่ถูกพบแถบเทือกเขาหิมาลัยแต่ได้พัฒนาตนเองมาเป็นพืชเฉพาะถิ่น 

     ดอยหลวงเชียงดาว มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูนล้วน สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเคยเป็นท้องทะเลมาก่อน เนื่องจากเขาหินปูนที่พบเกิดจากการทับถมตะกอนทะเล และซากสัตว์ที่มีหินปูน เช่น ปะการังและหอย เป็นภูเขาที่ไม่มีแหล่งเก็บน้ำ ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น ผีเสื้อสมิงเชียงดาว ไก่ฟ้าหางลายขวาง เป็นต้น

     ในตอนกลางคืน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสวยงามของดวงดาว พร้อมแสงอ่อนๆ ของดวงจันทร์ เป็นภาพที่สุดแสนจะโรแมนติก ไม่เพียงเท่านั้น ในตอนเช้าตรู่ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสวยหมอก เป็นภาพที่ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ

     ช่วงเวลาท่องเที่ยว : พฤศจิกายน – มีนาคม 

ขอบคุณภาพจาก เพจดอยเชียงดาว

ติดตามเราได้ที่
web site : www.avengo.net





Karn Avengo